น้ำหนึ่ง มิลิน คุณหมี เจ๊ นางงามสิงห์บุรี นน. ไม่ว่าคุณจะเรียกเธอว่าอะไร คำเหล่านี้ก็หมายถึงคน ๆ  เดียว แต่คน ๆ เดียวคนนี้ก็ยังมีอีกหลายมุมมาก ๆ ที่คุณอาจจะไม่เคยรู้

“น้องสู้มาก เรื่องเรียน เรื่องครอบครัว น้องเป็นเด็กดีมาตลอด”

“ยิ่งได้รู้จักเรายิ่งรู้สึกว่านี่คือน้องของเรา เราไม่ได้มองว่านี่คือไอดอลเพราะไอดอลมันคือคนอื่น แต่คน ๆ นี้ไม่ใช่ นี่คือน้องเรา”

“เราไม่ได้หวีดเหมือนเดิมแล้ว แต่เราตามเพราะเป็นน้อง”

“มีคนถามเราว่าทำไม่ต้องน้ำหนึ่ง เพราะเรามองเห็นน้อง เพียงแต่ไม่มีใครให้โอกาสน้องเลย แล้วแอร์ไทม์ก็น้อยมาก”

“เราเห็นน้องครั้งแรก ทำไมเด็กคนนี้มันแปลก ๆ วะ น้องมันก็ฮา แต่ทำไมคนตามน้อย”

“เป็นเด็กที่คิดถึงคนอื่นก่อนตลอด ป่วยแค่ไหนก็อยากออกมาเจอแฟนคลับ”

“เพราะเค้ามาหาหนูแล้ว ทำไมหนูถึงจะไม่ออกไปเจอเค้าล่ะ”

นี่เป็นคำบอกเล่าเพียงแค่ส่วนเดียวเกี่ยวกับเจ้าของบ้านหลังนี้ เป็นตัวตนหลังเลนส์กล้องที่น้อยคนนักจะได้มองเห็น น้ำหนึ่งเป็นเด็กยังไง?

น้ำหนึ่งเป็นเด็กยิ้มง่าย

น้ำหนึ่งเป็นเด็กขี้อาย

น้ำหนึ่งเป็นเด็กขี้แย

น้ำหนึ่งเป็นเด็กขี้เกรงใจ

น้ำหนึ่งเป็นเด็กไม่ค่อยมั่นใจ

น้ำหนึ่งเป็นเด็กใจสู้

น้ำหนึ่งเป็นเด็กขี้หวง

…และน้ำหนึ่งหวงแฟนคลับมาก

สิ่งเหล่านี้คุณอาจรู้หรือไม่มีวันได้รู้จนกว่าจะได้เข้ามาหาคำตอบด้วยตัวเอง…ว่าจริง ๆ แล้วน้ำหนึ่งยังมีอะไรอีกมากมายที่เราไม่เคยรู้

ไม่เคยอยู่หลังเลนส์ของใคร

นานมาแล้วเมื่อสมัยที่น้ำหนึ่งยังเป็นเด็กน้อยก้มหน้า “เราต้องไปขอร้องยกมือไหว้น้อง ๆ บ้านอื่นให้ถ่ายน้องเรา” นี่คือเรื่องจริงจากปากของแฟนคลับในบ้านมิลินแลนด์ เมื่อครั้งที่เจ้าของบ้านยังคงเอาแต่จะก้มหน้าอยู่เสมอ ๆ เพราะไม่คิดว่าจะมีใครอยากถ่ายรูปตัวเอง และเพราะเลนส์กล้องนับสิบนับร้อยตรงหน้าเหล่านั้นมันไม่เคยโฟกัสมาที่ตัวเธอ

“ไปตู้ปลาครั้งแรก ไม่มีใครถ่ายรูปน้องเลย เราเรียกน้องพอน้องหันมายิ้มให้ เรารู้สึกเลยว่ามันเป็นยิ้มที่ไม่ใช่แค่ยิ้มเพราะหน้าที่ แต่น้องมันดีใจจริง ๆ ที่มีคนเรียก มีคนเห็น”

เป็นการเริ่มต้นที่ไม่สวยงามเอาซะเลย…

รั้งท้าย…การเริ่มต้นที่ไม่สวยงาม

“จับมือซิงแรก (ไอตากัตต้า) เลนพิเศษมีแค่ 10 คน ตอนนั้นเราถามตัวเองตลอดเลยว่า บัตรจับมือเราซื้อให้ใคร? เราซื้อไปเพื่ออะไร ถ้าซื้อให้ตัวเองแค่ใบเดียวก็จบ แต่เราซื้อให้น้องเพราะฉะนั้นมันไม่ใช่แค่ใบเดียว” คำบอกเล่าที่มีรอยยิ้มนิด ๆ ที่มุมปากของแฟนคลับที่ครั้งนึงเคยได้สัมผัสกับเลนที่ “เกือบ” โล่ง เลนจับมือที่เคยถูกแซวว่า “เอาไว้วิ่งเปี้ยวได้” แต่เชื่อหรือไม่ว่าแม้เลนจะคนน้อยแต่ใจคนที่มากลับเต็มร้อยมาก ๆ เพราะคนที่มายืนอยู่ในเลนนี้ทุกคนมาเพราะอยากเห็นน้ำหนึ่งด้วยตาตัวเอง

“ไปหาครั้งแรก เราซื้อไป 10 ใบ ไม่รู้เลยว่าเค้ามีรอบพิเศษ ก็เดินวนอยู่อย่างนั้น จนน้องถามเลยว่าทำไมวนแต่เลนหนู เราก็ตอบน้องไปว่า เพราะพี่ตั้งใจมาจับมือเรา พี่อยากมาเห็นเราด้วยตัวเอง

ความหมายของแฟนคลับอาจไม่จำเป็นต้องมีจุดเริ่มต้นเหมือนกันแต่มีจุดหมายปลายทางเดียวกัน คือ เด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ก็ยังอยากจะเอาใจช่วยและอยากเห็นความสำเร็จ

“เราเริ่มต้นมาจากแค่อยากลองไปจับมือ ทั้ง ๆ ที่ไม่รู้จะไปจับมือใคร เลยไปไล่ดูไลฟ์เก่า ๆ จนไปเจอน้ำหนึ่ง เรารู้สึกว่าเด็กคนนี้ทำไมมันซื่อ ๆ จัง แล้วก็ตลกด้วย แต่เรารู้สึกเลยว่าเด็กประมาณนี้ต้องแย่แน่ ๆ ถ้ามาอยู่ในวงไอดอล เลยตัดสินใจว่าจะไปจับมือน้ำหนึ่ง” อีกหนึ่งคำบอกเล่าจากชาวมิลินแลนด์ในวันที่เส้นทางของน้ำหนึ่งมันไม่ได้ดูสดใส แต่ใครเลยจะรู้ว่าการไปต่อแถวจับมือในเลนที่เกือบว่างเปล่านั้น เค้าจะได้สัมผัสกับตัวตนและคำว่าแฟนคลับจากกลุ่มคนที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน

“พอไปถึงเลนจริง ๆ ก็เห็นมีคนเอาป้ายนามบัตรมาแปะหัว ตอนนั้นรู้สึกแค่ว่าเลนนี้มันตลกดีจัง แล้วก็ได้ยินคนในเลนพูดว่า คนเริ่มมาแล้วว่ะ แถวเริ่มยาวแล้วว่ะ ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ ทั้งแถวมีไม่ถึง 10 คน หันไปข้างหลังก็ไม่มีใคร (ฮ่า) จนได้ไปเจอตัวจริงได้เห็นแววตาของน้อง เรารู้สึกเลยว่าเด็กคนนี้มันดูสู้ดี (เหมือนแฟนคลับมันนั้นแหละ) ทั้ง ๆ ที่ลุคก็ไม่น่าจะอยู่รอดในวงไอดอลแบบนี้ พอกลับบ้านก็เริ่มอยากเข้าบ้าน อยากตาม แล้วก็ตัดสินใจได้ว่า เราจะตามน้องคนนี้แหละ

ใจสลายในวันที่”ควร”จะมีความสุขที่สุด

คุณหมียอดนักไต่ คือคำนิยามของน้ำหนึ่งที่ได้มาจากการความใจสู้ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ ไต่จากอันดับ 3 รั้งท้ายจนได้ขึ้นมาอยู่แถวหน้า เปลี่ยนเลนที่เคยว่างเปล่าให้กลายมาเป็นเลนจับมือที่สนุกสนาน มีแต่เสียงหัวเราะและเต็มไปด้วยความสุข แต่ใครจะรู้ว่าวันจับมือในวันนั้นมันจะไม่ได้มีเพียงแค่ความสุขและเสียงหัวเราะ…

“พี่รู้สึกวูบนะ คิดว่านี่เราทำอะไรอยู่วะ แล้วสิ่งที่เราเสียใจคือเราได้ยินเสียงหัวเราะจากรอบ ๆ ตัวเรา ตอนที่น้องของเราได้ที่ 13 วันรุ่งขึ้นเรายืนขายการ์ดทั้งวัน คิดอย่างเดียวต้องหาเงินมาซัพพอร์ตน้อง ใครจะมองว่ามันดราม่าก็ให้มันมาลงที่เรา แต่เราต้องได้เงินไปซัพพอร์ตน้อง”

“วินาทีแรกที่เรารู้ผลรอบ 2 เราคิดแค่ว่าน้ำหนึ่งจะรู้สึกยังไง มีน้องโทรมาบอกเรา “ได้ที่ 13 พี่” เราอยากรู้แค่อย่างเดียว น้องจะรู้สึกยังไงวะ แถมได้ข่าวว่าร้องไห้ ตอนนั้นเรารู้แค่ว่าต้องไปหาน้อง”

สิ่งที่เราเสียใจคือเราได้ยินเสียงหัวเราะจากรอบ ๆ ตัวเรา ตอนที่น้องของเราได้ที่ 13

“ตอนนั้นในใจยังไม่อยากให้ติดสูงมากเพราะเรากลัวจะแผ่ว แต่พอออกมาได้ที่ 13 วินาทีนั้นคือยอมรับเลยว่าตกใจ ที่นี้เราตามเช็คทุกบ้านเลยเพราะใจเราอยากรู้ตอนนั้นเลยว่าเราจะจบที่อันดับที่เท่าไหร่?”

ณ เลน 9 ที่เคยมีแต่ความสนุกสนานและความสุข แต่หลังจากผลด่วนรอบ 2 ปรากฏขึ้นที่หน้าจอ วินาทีนั้นมิลินแลนด์ทุก ๆ คนคงมีแค่ความรู้สึกเดียว น้ำหนึ่งจะเป็นยังไง จะร้องไห้รึเปล่า และ ตระหนักได้ว่ามันถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะลุกขึ้นสู้ร่วมกันอีกสักครั้ง?

ทุกโปรเจ็คเพื่อจุดหมายเดียว

ถ้าถามว่าเราจะรักกันได้มากที่สุดตอนไหน คงไม่มีใครหรือสิ่งไหนตอบได้ดีเท่า “เราได้ลงมือทำอะไรลงไปแล้วบ้างให้กับความรักนั้น”

ด้อมนี้คนน้อย…น่าจะยาก

ด้อมที่มีแต่ผู้หญิงคงเปย์ไม่มาก

ด้อมนี้ไม่มีเสี่ย

น่าจะไปได้สูงสุดได้แค่ที่ 9

ก่อนหน้านี้มิลินแลนด์คือตัวแทนของความสนุกสนาน ด้อมที่เต็มไปด้วยเสียงหวีดของเหล่าเมียทิพย์ ผู้ซึ่งรักสงบและไม่เคยมีดราม่าใด ๆ ได้เข้ามาเยือน แต่ในบางครั้งคนเราทุกคนย่อมต้องตื่นจากความฝันเพื่อมาพบความจริงที่ว่าเรากำลังถูกมองเป็นแบบไหน “ไม่มีใครเชื่อว่ามิลินแลนด์จะสู้ได้มากกว่าที่ใครหลายคนคิด”

13 ม.ค. 2562 – หนึ่งทวิตเล็ก ๆ กับการเริ่มนับ 1 จนกว่าจะถึง หนึ่งพันหนึ่ง แน่นอนไม่มีใครคิดว่าเราจะทำได้ เพราะนี่คือการนับเลขที่ไม่ได้ใช้แค่ใจแต่มันหมายถึงเงินและความเชื่อใจว่า ก้าวหลังจากนี้จะมีคนนับต่อจากเรา

…ในวันนั้นมิลินแลนด์พา #นับหนึ่งถึงหนึ่งพันหนึ่ง ขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์ด้วยความรู้สึกเสียใจที่ตกค้างจากผลด่วนเมื่อวานแต่ในความรู้สึกที่หลากหลายเหล่านั้น ความรู้สึกว่า ขอให้ข้าได้สู้ มันมีมากกว่า

16 ม.ค. 2562 – นับหนึ่งถึงหนึ่งพันหนึ่งกลายเป็นหนึ่งในข้อพิสูจน์ว่า หนึ่งหมื่นคน มันอาจจะเยอะมากก็จริงแต่ถ้า หนึ่งพันคน เรารักกันมากพอ มันก็ไม่มีคำว่าเป็นไปไม่ได้

มิลินแลนด์สร้างสิ่งมหัศจรรย์ให้เกิดขึ้นในบ้านเล็ก ๆ หลังนี้ เรานับก้าวต่อก้าวด้วยความหวัง เรานับทีละก้าวด้วยความตั้งใจ และเราเดินไปพร้อมกันเพื่อส่งคนที่เรารักมากที่สุดไปให้ถึงตรงนั้น…ตรงคำว่า “เลข 7″

ทุกโปรเจ็คคือสิ่งที่เราหวังร่วมกัน แม้จะไม่ใช่โปรเจ็คเดียวกันแต่ทุกอันมีจุดมุ่งหมายเดียว…

#นับหนึ่งถึงหนึ่งพันหนึ่ง #เลข7นี้เพื่อหมี #มิลินแลนด์อะหวอด #ก้าวคนละ9 #หมีหมายเลข7 #อายุนี้ส่งหมีสู่คามิ7 #มิลินแลนด์อ่ะโหวต777 #นับร้อยถึงเจ็ดร้อยเจ็ดสิบเจ็ด #MilinlandAlways

…ถ้าเลข 7 คือสิ่งที่จะทำให้น้ำหนึ่งมีความสุขมิลินแลนด์ก็จะทำให้ความสุขนั้นเกิดขึ้นจริง

Milinland ของมิลิน

มิลินแลนด์คืออะไร?

“มิลินแลนด์ คือ บ้าน ที่หมายถึงบ้านจริง ๆ บ้านที่คนในบ้านอยากทำอะไรเพื่อน้องทุกคนจะสนับสนุนหมด อย่างดีไซน์ของบ้าน เว็บไซต์ของบ้าน โปรเจ็คทุก ๆ โปรเจ็คทุกอย่างคือทำด้วยใจ”

เราตั้งมิลินแลนด์ขึ้นมาด้วยเป้าหมายเดียว คือ

อยากให้ที่นี่เป็นความสุขของน้อง จะดังหรือไม่ดังเราไม่รู้แต่ที่นี่ต้องทำให้น้องมีความสุข

หลายคนอาจจะไม่เคยรู้ว่า มิลินแลนด์ คือชื่อที่น้ำหนึ่งตั้งนี่คือสิ่งที่ทำให้บ้านของเราแข็งแรง เพราะเราคือมิลินแลนด์ที่หมายถึงบ้านของมิลิน

วันหนึ่งมิลินแลนด์ก็ต้องหายไป วันที่น้ำหนึ่งแกรดมิลินแลนด์ก็อาจจะไม่มีอีกแล้ว  มิลินแลนด์ถึงคิดเสมอว่าเราจะทำทุกอย่างให้เหมือนวันนี้เป็นวันสุดท้าย ถ้าหากวันนี้ต้องสู้เราก็จะสู้เพราะเราจะไม่มาเสียใจทีหลังที่ไม่ลงมือทำ

ไม่ว่าผลวันที่ 26 จะออกมาเป็นยังไงที่นี่ก็จะยังคงเป็นบ้านของน้ำหนึ่ง เป็นมิลินแลนด์ของน้ำหนึ่ง เป็นบ้านที่จะสู้เต็มที่เพื่อน้ำหนึ่ง ถ้าน้ำหนึ่งมีแค่มิลินแลนด์ มิลินแลนด์ก็จะเป็นบ้านที่คอยอยู่ข้าง ๆ น้ำหนึ่งเสมอ…

เหมือนกับที่ครั้งหนึ่งเราเคยส่งข้อความถึงน้ำหนึ่งในนามมิลินแลนด์เป็นครั้งแรก พร้อมกับแคปซูลข้อความ 900 ข้อความในขวดโหล ที่จบประโยคด้วยคำว่า

This is your HOME

Milinland